Multimedia

ข้อสอบ Multi

posted on 18 Feb 2009 13:01 by skblackcat  in Multimedia

ข้อสอบ multi 10 ข้อ 30 คะแนน ข้อละ 3 คะแนน
ออกตั้งแต่ vdo

vdo 1 ข้อ
animation 1 ข้อ
เสียง 2 ข้อ
character , font 2 ข้อ
layout 2 ข้อ
desire..... 1 ข้อ
lab css 1 ข้อ ไม่ได้ให้เขียน css

edit @ 18 Feb 2009 13:01:51 by BlacKCaT

Lecture Multimedia 9 Jan 09 - Video & Animetion

posted on 09 Jan 2009 12:01 by skblackcat  in Multimedia

Video & Animetion คือเรื่องของภาพเคลื่อนไหว - น่าจะออกข้อสอบ
ภาพเคลื่อนไหวไม่มีจริงในโลก มันคือการที่เราเอาภาพนิ่งมาเรียงต่อกัน การที่แสดงผลต่อเนื่องกันทำให้มองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว
สิ่งที่เรามองเห็นจะไม่จางหายไปทันทีทันใด มันยังจะติดอยู่ในความจำของเรา ทำให้เรามองเป็นภาพเคลื่อนไหว
ถ้าจะให้ภาพเคลื่อนไหว่เรียบเนียนสวยงามควรจะ 40 frame ต่อวินาที แต่มันเยอะเกินไปในกรณีที่เราจะทำ
frame เยอะ ขนาดไฟล์ก็ใหญ่ เราจึงมีมาตรฐานว่ามีจำนวน frame เท่าไหร่
วิธีการสร้างภาพเคลื่อนไหว
- กล้องวีดีโอ ใช้ถ่ายภาพนักแสดงหรือเหตุการณ์ต่างๆ - video
- การที่เราวาดภาพขึ้นมาทีละภาพ - animetion

video ในสมัยก่อนบันทึกไว้ในม้วนเทปวีดีโอ เป็นสัญญาณ analog จะต้อง digitizzation เปลี่ยน analog เป็น digital ได้ 2 วิธีการ
 - ทำในกล้องเลย
 -- ถ่ายแล้วเก็บเป็นดิจิตอลเลย เช่น ใช้กล้องดิจิตอลถ่ายวีดีโอ
 -- เก็บเป็น analog เช่น miniDV ม้วนเทป เวลาเอาเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เสียบ firewire (usb 1394)ส่งเป็นสัญญาณดิจิตอล
- ทำในคอมพิวเตอร์
 -- เก็บข้อมูลเป็นม้วนเทปวีดีโอ analog แล้วใช้สาย composit สีขาว เหลือง แดง สาย เสียง 2 เส้น ภาพ 1 เส้น component (สาย AV) เสียง 2 เส้น ภาพ 3 เส้น จะเสียบได้ต้องมีการ์ด Capture เป็นตัวรับจากกล้องวีดีโอ จะมี software
ข้อดีทำในกล้อง
มีความทนทานจากสัญญาณรบกวน ทำให้เกิดขึ้นน้อย
ข้อเสีย
ผูกขนาดกับกล้อง อยากได้ไฟล์ชนิดอื่น ขนาดอื่น ก็ทำไม่ได้
ข้อดีทำในคอม
สามารถเปลี่ยนแปลงชนิดไฟล์ได้
ข้อเสีย
ทำให้สัญญาณถูกรบกวนได้
ถ้าทำในกล้อง จะใช้ codec ของกล้อง (code , decode - compression , decompression) ในการบีบอัดไฟล์ digitazation ไฟล์ ซึ่งไม่การันตีว่าเมื่อเอาเข้าคอมพิวเตอร์จะสามารถอ่านไฟล์ได้ในคอมพิวเตอร์ก็จะต้องมี codec ในการอ่านไฟล์

ปัจจุบันถ้าเราจะรับสื่อวีดีโอต้องรับผ่านอินเตอร์เน็ต มีวิธีการรับหลากหลายวิธี
 - โหลดไฟล์แล้วดับเบิลคลิก
 - Streaming Video คือ ดูคลิปผ่านอินเตอร์เน็ต
 -- true streaming ถ่ายทอดสด พวก video conference
 -- http streaming (progressive download)(ง่ายกว่า) คือการที่วีดีโอ embed เข้ากับไฟล์ http ตัวอย่างเช่น youtube เหมาะกับการดูหนัง ดูละครสั้นๆ ไม่นาน ใช้วิธีการแบบ flv mpeg4 ช่วยลดขนาด พท
มาตรฐาน
 - NTSC อเมริกาเหนือ แคริบเบียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน
 - PAL ยุโรปตะวันตก จีน ไทย
 - SECAM ฝรั่งเศษ


CRT มีปืนลำแสงอิเล็กตรอนยิงไปบนหน้าจอมีสารฟอสเฟอ เมื่ออิเล็กตรอนกระทบก็จะเปล่งสี มี 3 ปืน แดง เขียว น้ำเงิน ยิงซ้ายไปขวา บนลงล่าง แบ่งเป็น 2 Fields เลขคู่ , เลขคี่ ใช้วิธีการ
 - Interlaced Scan จะ scan ทีละ field ไม่ได้แสกนทั้ง frame เช่นอาจจะแสกน odd ก่อนค่อย even ก็จะสลับกันแสดงแถวคู่แถวคี่
 - Progresive Scan คือจะแสกนหมดเลย แต่จะแสดงผลแบบ progresive ก็ต่อเมื่อต้นทางเป็น progresive ด้วย
ความถี่ในการแสกน NTSC มีความถี่อยู่ที่ 59.94 field ต่อวินาที ประมาณ 60 field ต่อวินาที = 30 เฟรมต่อวินาที 480 lines
PAL 50 field/s 25 frame/s 576 lines
ใช้ด้วยกันไม่ได้

ดิจิตอล NTSC = 720x480 pixels
PAL 720x576 pixels
อัตราส่วนไม่ใช่ 4 : 3
ไม่จำเป็นต้องเก็บสีทุก pixels แต่ต้องเก็บข้อมูลความสว่าง
YCbCr
Y = ความสว่าง CbCr = สี
Chrominance Subsampling การเก็บข้อมูลความสว่าง สี 4 : 2 : 2
ในแต่ละแถวจะมี Y ทั้ง 4 pixels แต่ละมี Cb 2 Pixels Cr 2 Pixels slide หน้า 14
motion jpeg
DV เป็นมาตรฐานของ Sony
Mpeg เกิดจากการร่วมกันของผู้ผลิตหรือผู้ที่อยู่ในวงการภาพเคลื่อนไหว กลุ่มชื่อว่า Motion Picture Expert Group mpeg layer อะไร แต่ละ layer ก็กำหนด profile , level
mpeg1 ไฟล์ vcd avi
mpeg4 ไฟล์ portable
กุงง

- Intra Frame (spatial compression) บีบอัดแต่ละเฟรมด้วยวิธีการบีบอัดรูปภาพทั่วไป
- Inter Frame (Temporal Compression) คือสนใจเรื่องราวรอบข้างด้วย เก็บเฉพาะส่วนที่มีการแตกต่างกัน
Motion JPEG -> mjpeg
แต่ละเฟรมบีบอัดแบบ jpeg เพียงอย่างเดียว ไม่ค่อยนิยม ใช้ใน codec บางตัว มาตรฐาน mjpeg A อยู่ใน quick time
จะได้ data rate 3megabyte/s
compression ratio -> 7 : 1 บีบอัดได้ 7 เท่า
DV Compression
เหมือน mjpeg แต่ปรับนิดหน่อย ช่วยให้มีการบีบอัดมีขนาดเท่าๆกัน ให้ได้คุณภาพที่ดีกว่า เกิดจากการที่ DV ไม่ได้แบ่งเป็น block 8x8 แบบ jpeg แต่แบ่งเป็น 8x4 pixels อีกอย่างที่ทำเพิ่มขึ้นมาฃ
คือคิดว่า ถ้าจัดเรียงตำแหน่งใหม่ น่าจะมีการบีบอัดที่ดีกว่า
DV-PAL = 4:2:0
DV-NTSC=4:1:1

MPEG-1 MPEG-2 MPEG-4 MPEG-11
 แบ่งเป็นเฟรม
I -> key frame (intra frame) คือเก็บข้อมูลทั้งรูป
P -> Intra Frame เก็บเฉพาะความแตกต่างจาก frame I
B -> Predict ไม่เก็บเลย ใช้วิธีการคำนวณจาก frame p และ i

I B B P B B I ใช้ I , P ในการช่วยคำนวณ B เรียกว่าการทำ Backward Prediction แต่ใช้ในการดูทางเน็ตไม่ได้ เพราะต้องรอ P B,B จึงจะคำนวณได้ จะต้องส่งเป็น
I P B B I B B แล้วต้องจัดเรียงใหม่

MPEG 4
Simple Profile
Advance Profile

Animation
ไม่สามารถทำให้มี frame ต่อวิ เยอะๆได้ 4 frame/s ลดลงครึ่งนึงเหลือ 2 frame/s
ทำยังไงถึงจะลดความยุ่งยากในการทำงาน คือ cell animation เช่นอาจจะวาดวัตถุลงแผ่นใส แล้วเอามาซ้อนกัน ลักษณะการทำงานเหมือน layer ใน photoshop
เทคนิคการวาดภาพให้เป็น 3 มิติ เอามารวมกับ cell animation ทำให้เกิดความสนุกสนาน
พินโทสกรีน เอาภาพมาหมุนๆๆๆๆ
stop motion คือ ถ่ายภาพเป็น shot ๆๆๆ มาต่อกัน
clay animation
เริ่มแรกใช้ capture animation คือการที่วาดภาพทีละรูปๆๆ แล้วเอาภาพนั้นเข้าสู่คอมพิวเตอร์
สีของไฟล์ .gif เป็น index table ใช้ได้ 256 สี
codec quick time animation บีบอัดแบบ loseless
ไม่จดละ งง ไม่รู้เรื่อง