เหตุเกิดบนเครื่องบิน

posted on 21 Jul 2013 11:54 by skblackcat
บันทึกการเดินทาง
15 July 2013
TG475 Bangkok - Sydney
 
เหตุเกิดบนเครื่องบิน
คนนั่งข้างๆมาจากปากีสถานครับ
เค้าถามว่าเราไปซิดนี่ย์เนี่ย จะไปเที่ยวที่ไหน
เออ..ให้กุตอบว่ายังไงดีฟะ... ตอบไม่ถูกเหมือนกัน
ก็กุจะเที่ยวซิดนี่ย์ -*-
 
แอร์จะเสิร์ฟอาหาร คนปากีสถานคนนี้ก็ดูเมนูแล้วบอกว่า
"ขอสั่งอาหารอย่างอื่นได้มั้ย ?"
แอร์ก็ตอบไปว่า ต้องสั่งล่วงหน้าก่อนขึ้นเครื่อง 2 วัน
หนุ่มปากีคนนี้ก็บอกว่า หลังจากนี้ 1-2 ชั่วโมงค่อยทำมาเสิร์ฟก็ได้ Pleaseeeeeee
แอร์ก็บอกว่า เราไม่มีครัวบนเครื่องบิน เราทำให้ไม่ได้จริงๆ แต่อาหารก็เป็นอิสลามอยู่แล้วนะ
แล้วหนุ่มปากีก็หันมาถาม "what did she say ?" -0-
คุยกันพักใหญ่ สุดท้ายเค้าก็ยอมแดกครับ
 
ยังไม่จบแค่นั้น แม่งใช้รีโมททีวีไม่เป็นครับ เห็นนั่งงมอยู่พักใหญ่
เลยต้องหันไปสอนมันใช้อยู่นาน กว่าจะใช้เป็น
 
timestamp 20.13น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย
ป.ล. ภาษาอังกฤษสำเนียงปากีสถานเหี้ยมากครับ ฟังยากชิบหาย
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 2
หนุ่มปากีคนเดิมครับ แม่งเอนเบาะไม่เป็น
เราก็บอกไปว่าต้องกดปุ่มนี้
มันก็เถียงครับ ว่าปุ่มนี้เป็นเบาะของเรา
แล้วมันก็ลองกดอีกรอบครับ พอเอนปุ๊บ
"Shitttttt" เสียงคนที่นั่งเบาะหลังร้องครับ
ไปกระแทกแก้วน้ำเค้าเต็มๆ หกเลอะเทอะเลย
หลังจากนั้นแอร์ก็เสิร์ฟอาหารครับ
แม่งบอกช้อนเล็กไปครับ ขอช้อนใหญ่กว่านี้
แอร์ก็เริ่มบ่น "คนนี้ต้องพิเศษตลอด"
ซักพักมันก็แดกขนมปังครับ แล้วก็หันหน้ามาทำท่าแบบ "ขนมปังนี่มันแข็งเนอะ" - -"
ซักพักมันก็หันมาถามครับ ว่าทำไมเราต้องถ่ายรูปอาหาร
เราก็เลยตอบไปว่า "It's my hobby" แต่ใจจริงอยากตอบกลับไปว่า "My business, Not your !"
อีก 7 ชั่วโมงหลังจากนี้บนเครื่องบินจะวุ่นวายขนาดไหนกันนะ กับไอปากีคนนี้เนี่ย T T
 
timestamp 21.12น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 3
ขณะนี้เวลาสี่ทุ่ม กำลังจะนอนครับ
ไอหนุ่มปากีข้างๆแม่งปลุกครับ สัส !
แม่งกรอก Incoming passenger card ไม่เป็นครับ ปลุกกุมาถามทีละช่อง
พอถึงตรงที่ต้องกรอกว่าจะอยู่ที่ออสเตรเลียกี่วัน
แม่งก็บอกว่า อยู่ตั้งแต่วันนี้ถึงปลายเดือนสิงหา ให้กุคำนวณให้อีกว่ากี่วัน
มึงไม่ได้เรียนเลขมาหรอไงฟะ -*-
จะพักที่ไหนก็ไม่รู้ กรอกไม่ได้
นู่นก็ไม่รู้ นี่ก็ไม่รู้
ที่สำคัญคือสำเนียงแม่งเหี้ยมากครับ
พอกรอกเสร็จแม่งก็ถามว่า
ดูยูว้อนอะแปน ?
งงอยู่นาน . . แผน ? . . กระทะ ?
สุดท้ายแม่งยื่นปากกามาให้
อ๋ออออ . . pen นี่เอง สัส !
 
timestamp 22.08
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 4
ขณะนี้เวลา 01.49น.
เด็กทารก 2 คนกำลังแข่งกันร้องครับ
ไอหนุ่มปากีแม่งก็ขยับอยู่ได้ หานู่นหานี่
ห่มผ้า จับหมอน ปรับทีวี ห่มผ้า หาของ
สุดท้ายแม่งสะกิด . . เก็บสายรีโมทไม่เป็น
นี่กุไม่ใช่บริกรบนเครื่องบินนะ
กุจะนอน สัส . .
 
timestamp 01.51น.
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 5
ไอแขกนี่ปลุกกุอีกแล้วครับ
มันนั่งข้างในสุดครับ แล้วทำท่าจะลุกไปห้องน้ำ
กุก็จะเปิดทางให้มันครับ
มันสะกิดแล้วบอกว่า "continue sleeping"
กุก็นอน . . ไอห่านี่ก็บิดไปบิดมาต่ออีกนาทีนึง
แล้วมันก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ
คอนตินิวพ่อง . .
 
timestamp 02.12น.
ป.ล. แม่งหายไป 15 นาที กลับมาต้องขยับให้มันเข้า
เค้าเปิดไฟเตรียมเสิร์ฟอาหารเช้าพอดี
ไม่ได้นอน . . สาสสสสส
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 5.5
แอร์มาเสิร์ฟน้ำครับ
ไอแขกนี่ก็วางน้ำไว้บนถาด
คนข้างหน้าปรับเบาะ . . น้ำหกครับ เหมือนกรรมตามสนอง
แล้วแม่งก็เอาแก้วมาวางบนถาดกูครับ
สัส . . มึงกลัวมึงเปียกคนเดียวใช่มั้ย
มันทำท่าล่กๆซักพัก แล้วก็ตัดสินใจ กระเดือกน้ำหมดแก้ว
เออ แก้ปัญหาได้ดี
แต่กระเดือกหมดแก้วแล้วแม่งเรอนี่สิ
เรอโคตรดัง แถมโคตรเหม็น
อยากจะร้องไห้ เมื่อไหร่จะถึงซิดนี่ย์ T T
 
timestamp 02.35น.
 
เหตุเกิดบนเครื่องบินภาค 6
ขณะนี้เวลา 04.26น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย
และ 07.26น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศออสเตรเลีย
ถึง Sydney แล้วววววว
 
timestamp 07.27น.
 
บันทึกจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น บนเครื่องบิน . .

edit @ 21 Jul 2013 12:21:40 by BlacKCaT

Japan Trip : เป็นใบ้

posted on 11 May 2013 11:30 by skblackcat in Lifestyle
สวัสดีครับ . .
หลังจากที่ไม่ได้เขียน Blog มาเกือบครบ 1 ปีแล้ว
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ขอปัดฝุ่น Blog มาเขียนซักหน่อย
เนื่องจากเมื่อวานเพิ่งกลับมาจากเที่ยวที่เกาะ Hokkaido ประเทศญี่ปุ่น
 
หลายๆท่านคงจะจำกันได้ เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสไปญี่ปุ่น
แถบๆคันไซ(เกียวโต โอซาก้า โกเบ นารา อะไรเทือกๆนี้)
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่ไปต่างประเทศโดยไม่มีคนรู้จักไปด้วย(แต่ไปกับทัวร์นะ)
แล้วไปด้วยสกิลภาษาอังกฤษต่ำต้อยเตี้ยติดดินสุดๆ
มันเป็น Trip ที่ทรมานมาก เหมือนเป็นใบ้ อยากได้อะไรก็พูดไม่ได้
มีครั้งนึง เกี๊ยะที่โรงแรมให้มามันคู่เล็กเกินไป(เกี๊ยะคือรองเท้าของคนญี่ปุ่น ใส่กับชุดยูกาตะ)
ผมพยายามจะขอรองเท้าคู่ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น . . แต่ผมไม่สามารถสื่อสารได้ เนื่องจากความโง่ภาษาอังกฤษสุดๆ
หรือแม้แต่จะใช้ Internet ในห้องพักโรงแรม ยังต้องให้พี่ที่ไปด้วยกันติดต่อให้
หลังจาก Trip นั้น ผมสัญญากับตัวเองว่า . . "ไปญี่ปุ่นคราวหน้า กูต้องไม่เป็นใบ้"
 
จากวันนั้น เวลาผ่านมา 2 ปี ผมมีโอกาสได้กลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง
คราวนี้ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า "กูจะพูด และกูจะกอบโกยความรู้กลับมาให้ได้มากที่สุด"
สกิลภาษาอังกฤษของผมในตอนนี้ก็ถือว่างูๆปลาๆ น่าจะพอถูไถไปได้ดีกว่าคราวที่แล้ว
เนื่องจากต้องทำงานกับเจ้านายที่เป็น American เลยได้ฝึกภาษามาพอสมควร
กลับไปคราวนี้ เจอปัญหาเดิม คือ รองเท้าเล็กเกินไป
แต่ต่างกันตรงที่ ผมสามารถคุยกับเค้าจนได้รองเท้าคู่ที่ใหญ่ที่สุดในโรงแรมมา : )
 
นอกจากนี้ ในคืนวันสุดท้าย ขณะที่ผมยืนดูวิวรับลมตอนกลางคืนที่ Sapporo (ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ)
อุณหภูมิน่าจะซัก 2-3 องศา มีชาวต่างชาติคนนึง ลากกระเป๋าใบใหญ่เดินตามหาโรงแรม Century Royal Hotel (เป็นโรงแรมเดียวกับที่ผมพัก)
ผมรู้สึกดีใจมาก ที่สามารถพูดคุยกับเค้า และพาเค้าไป check in ที่โรงแรมได้
หลายๆคนอาจจะมองว่ามันคือเรื่องปกติ ใครๆเค้าก็ทำได้
แต่สำหรับผมมันเป็นเหมือนกำแพงที่สูงมากที่เรียกว่า "ความกล้า" ที่ 2 ปีที่แล้วผมไม่สามารถข้ามมันมาได้
ความรู้สึกตอนปีนข้ามมาผมจำได้ดี . . ผู้คนรอบข้างช่วยเหลือผมอย่างมาก คอยเป็นแรงผลักดัน
จนผมสามารถปีนข้ามมาได้ และผมยังต้องพยายามให้มากขึ้นอีก . .
 
ป.ล. ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นจากไกด์มาด้วยนิดหน่อยนะครับ อย่างน้อยๆตอนนี้ก็สั่งน้ำเปล่าเป็นภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว 55555+

ความคิดถึง

posted on 17 Jun 2012 16:46 by skblackcat in Lifestyle
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมและเขาได้มารู้จักกัน . .
คิดย้อนกลับไป . . ถ้าผมจำไม่ผิด คงเป็นซัก 6 ปีที่แล้วได้หละมั้ง
ในเวลานั้น ผู้คนที่ผมรู้จัก ต่างนินทาว่าร้ายเขาต่างๆนานา
ซึ่งตัวผมในตอนนั้น ผมก็เชื่อคำพูดของคนเหล่านั้น
จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมและเขาต้องมารู้จักกันอย่างจริงๆจังๆ
ผมได้รู้สึกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขามากขึ้น
มันช่างต่างกับสิ่งที่ผมเคยได้ยินเสียเหลือเกิน
และในที่สุด ผมก็ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กับเขา
ด้วยเหตุผลเพียงแค่ ความรู้สึก "ชอบ" ในเวลาไม่กี่วัน
วันเวลาผ่านไป ผมมีความสุขที่ได้มีเขาอยู่เคียงข้าง
เขาทำให้ผมได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ยิ่งนานวัน ผมก็หลงรักเขามากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน
จากความชอบ เปลี่ยนเป็นความรักโดยที่ผมไม่รู้ตัว
เขาเปรียบเสมือนเป็นชีวิตจิตใจ
เปรียบเสมือนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม
แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา
เมื่อถึงวันที่ผมและเขา ต้องแยกจากกัน
ผมรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่าง ได้ขาดหายไปจากชีวิต
บางสิ่งที่สำคัญมากได้หายไป
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
แต่ผมก็ยังไปหาเขาอยู่บ่อยๆ
ทุกครั้งที่เจอกัน ไม่มีอะไรเลยที่เปลี่ยนแปลงไป
มีเพียงความรู้สึกเหงาที่แทรกซึมผ่านเข้ามาในจิตใจ
และสถานะของเราที่ไม่เหมือนเก่า
เขาจะต้องพบเจอผู้คนอีกมากมาย
ตอนนี้หมดเวลาของผมแล้ว
ตอนนี้มันคือเวลาของคนอื่น ที่จะต้องใช้เวลาอยู่กับเขา
ผมไม่รู้ว่าเขาจะได้รับการดูแลมากเพียงไหน
ผมไม่รู้ว่าเขาจะให้คนอื่น ได้เหมือนกับสิ่งผมได้รับมั้ย
ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง
ผมบอกได้แต่เพียงว่า ผม "คิดถึง" เขาเหลือเกิน . .
. . . " คณะไอที ลาดกระบัง " . . .

ขอขอบคุณบ้านหลังเล็กๆแห่งนี้ ที่มอบประสบการณ์ต่างๆ ความอบอุ่น
ความทรงจำดีๆ ที่มีค่า และหาจากที่ไหนไม่ได้

เจตนพัทธ์ วิศาลศิริกุล
IT @ KMITL # 6

edit @ 17 Jun 2012 16:48:57 by BlacKCaT

IT 3 Kings#9 (ภาค วันงาน)

posted on 22 Feb 2012 00:09 by skblackcat
วันนี้แล้ว วันที่ผมรอคอย
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 . . วันงานกีฬาไอที 3 พระจอม
พวกเราเตรียมงานกันร่วมหลายเดือน เพื่อที่จะจัดงานในวันนี้
 
"แอด แอด แอด แอด" เสียงนาฬิกาปลุกของผมดังขึ้น
ผมตื่นมาด้วยความงัวเงีย พร้อมกับกดปุ่มที่คุ้นเคย . . "Snooze"
เวลายังคงดำเนินต่อไป พร้อมๆกับการกดปุ่ม Snooze ครั้งแล้วครั้งเล่า
"เต้ ไปอาบน้ำ" . . เสียงไอเพชรที่นอนอยู่ข้างๆดังขึ้น
เหมือนพยายามจะเตือนว่า สายแล้วนะ ถ้ามึงไม่ตื่นไปอาบน้ำ มึงอาจจะโดนเพื่อนรุมตีนได้
 
ณ สนามฟุตบอล
ผมไปถึงสนามฟุตบอลเวลา 7.40 (เพื่อนนัด 6.30)
ภาพแรกที่ผมเห็นคือ เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับซาลาเปาที่จะมาเป็นข้าวเช้า 2 ลูกในมือ
ปัญหาต่างๆ ค่อยๆถูกแก้ไปทีละอย่าง จนเหตุการณ์ค่อยๆสงบลง
 
"พระนครเหนือใกล้ถึงแล้ว" เสียงไอตั้ม หนึ่งในสองคนจากฝ่ายประสานงานภายนอกดังขึ้นจากในวอ
"เต้รู้ยัง บางมดบอกจะมาถึง 9 โมง" เสียงเพื่อนซักคนที่อยู่แถวนั้นดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
 
ผมไม่รู้สึกร้อนรนซักเท่าไหร่ เพราะเหตุการณ์ทุกอย่าง ได้ถูกวางแผนรองรับเอาไว้แล้ว
 
"จากกองอำนวยการ ถึงน้องบีม บอกบางมดว่าเราจะรอถึง 8.45 แล้วจะทำพิธีเปิดเลย"
ผมค่อยๆทำตามแผนการที่วางเอาไว้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ผมได้แจ้งไว้ในวันประชุมร่วมกันทั้ง 3 พระจอมแล้ว
 
"พยาบาล มีคนหัวแตก"
"เต้ แอร์ห้องลีดบางมดไม่เย็น"
"ประตูห้องน้ำไม่เปิด"
"รถพระนครเหนือขับเลย"
.
.
 
ปัญหาต่างๆรุมเร้าเข้ามาในเวลาอันกระชั้นชิดอย่างไม่มีวี่แววว่าจะลดน้อยลง
เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราก็สามารถทำพิธีเปิดได้โดยที่อยู่ครบทั้ง 3 พระจอม ถึงแม้มันจะล่าช้าไป 3-4 นาที
 
ดูเหมือนว่างานของเราในตอนนี้ คือ การทำให้ทุกกีฬา เริ่มแข่งคู่แรกอย่างตรงเวลา
แม้ว่าเราจะวางแผนกันอย่างรอบคอบ แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหลายอย่าง
แบตมินตัน ปิงปอง วอลเลย์บอล สามารถเริ่มแข่งได้ตรงเวลาตามที่วางแผนไว้
ฟุตบอล เริ่มแข่งช้าไปนิดหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในแผนที่เราเตรียมการรองรับไว้เช่นกัน
แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันของเราก็คือ กรรมการบาสเก็ตบอลมาช้าไป 1 ชั่วโมง
ทำให้ตารางการแข่งขันผิดเพี้ยนไปจากที่คาดการณ์ไว้
 
เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างวุ่นวาย ทำเอา ผม และ นวย(เฮดฝ่ายประสานงาน) ปวดหัวกันไปไม่น้อย
เมื่อเหตุการณ์ต่างๆสงบลง ก็กลายเป็นเวลาพักผ่อนสำหรับผมและนวย ที่นั่งอยู่ที่กองอำนวยการ
 
"บางมดขาวมาก"
"ปิงปองงงงง" . . "ลูกปิงปองมันลูกสีส้มหวะ"
"ยิมวอลเลย์ แหล่มสาด"
 
เสียงหยอกล้อกันดังผ่านวอมาเป็นระยะๆ
 
"ข้าวไม่พอหวะ"
"จากกองอำนวยการถึงสวัส มีข้าวเหลืออีกมั้ย"
"เต้ไปหาข้าวมาอีก 5 กล่อง" . . "เปลี่ยนเป็น 7 กล่อง" . . "เอาเพิ่มอีกเป็น 12 กล่อง"
 
การแจกข้าวกลางวันดูเหมือนจะเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นนัก
 
ปัญหาต่างๆถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ
แต่ปัญหาใหญ่ของเราในตอนนี้ คือการแข่งขันฟุตบอล ล่าช้าไปมาก
"เดี๋ยวพัก 15 นาทีแล้วแข่งคู่สุดท้ายเลย พวกกูไม่กินข้าวกลางวัน"
เสียงไอเพชร เฮดฝ่ายกีฬาดังขึ้น . . ทำให้เราสามารถแข่งขันฟุตบอลจบได้ทันเวลา

"ตึ้ง !!"
"ลมพัดคัทเอ้าแสตนด์ล้ม !!"
 
เสียงที่ดังขึ้น ทำเอาพวกเราหน้าชาทำอะไรไม่ถูกไปประมาณ 3 วินาที
แต่โชคยังเป็นของเรา ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร
 
เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับปัญหาและอุปสรรค์ที่เข้ามาพิสูจน์พวกเราอยู่เรื่อยๆ
 
"ฉากเวทีที่คณะล้ม ทุกคนที่ว่างอยู่ไปช่วยที่คณะด่วนเลย"
 
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นซ้ำซาก หลายๆคนจึงต้องกลับคณะไปช่วยกันตั้งเวทีใหม่อีกครั้ง
ปัญหาต่างๆยังไม่หมดเพียงเท่านี้ และยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
 
"จากสนามบาสถึงกองอำนวยการ ขอรถพยาบาล 1 คัน น้องล้มกัดลิ้นตัวเอง"
 
ดูเหมือนการขอรถพยาบาลของผมนั้นจะไม่เป็นผล
เนื่องจากรถพยาบาลนั้นกลับไปช่วยกันตั้งเวทีที่คณะกันหมดแล้ว
 
เราใช้เวลาอยู่นานพอสมควร กว่าที่จะหารถไปส่งคนเจ็บที่โรงพยาบาลได้
 
ในที่สุด ทุกกีฬาก็แข่งขันจบ . . รวมถึงกีฬาพื้นบ้าน แม้เราจะได้แข่งไปเพียงแค่ 2 ชนิด
 
"พี่เต้ช่วยไปตีกลองตอนแข่งสันหน่อยครับ ขอยืมกลองวิดยามาแล้วไม่มีคนตี"
"แต่พี่ไม่เคยซ้อม ไม่รู้คิวเลยนะ"
"ไม่เป็นไรครับ . . ใช้สัญชาตญาณตีๆไป"
 
ในที่สุดผมก็ต้องกลายไปเป็นมือกลองสันชั่วคราว แม้ว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีนักก็ตาม
 
กำหนดการงานกลางวันดำเนินไป จนใกล้จบงานกลางวันขึ้นทุกที
จนถึงเวลานี้ ร่างกายผมนั้นเหนื่อยและอ่อนล้า จนเผลอหลับไปในขณะที่กำลังแข่งเชียร์ลีดเดอร์
และตื่นมาเมื่อการแข่งขันดำเนินไปจนใกล้จะจบ
 
เชียร์ลีดเดอร์ของบางมด ยิงพลุกระดาษแบบไม่ยั้งมือ
ทำให้พวกเราต้องช่วยกันเก็บกระดาษอย่างสนุกสนาน
 
เมื่อจบการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ ก็ถึงคิวที่จะต้องส่งต่อให้ฝ่ายงานกลางคืน
โดยหน้าที่สุดท้ายของพวกเราคือ ส่งพระนครเหนือ และ บางมด ขึ้นรถบัส เพื่อที่จะเดินทางไปคณะไอที
 
แผนการทุกอย่างดำเนินไปตามที่เราวางแผนกันไว้
 
18.30 น. เราสามารถส่งคณะไอทีทั้ง 2 พระจอม ขึ้นรถบัสไปยังโรงอาหารคณะไอทีได้สำเร็จ
ตรงตามเวลาและแผนการที่วางไว้
ถือเป็นการจบหน้าที่ของผม "รองเฮดงานกลางวัน กีฬาไอที 3 พระจอม"
 
ป.ล. หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่ได้กล่าวถึงเฮดงานกลางวันเลย
เพราะมันเป็นนักกีฬาฟุตบอลครับ แข่งบอลทั้งวัน มันเลยทำงานตั้งแต่ต้นจนถึงก่อนวันงาน
วันงานเป็นหน้าที่ของรองเฮดทั้งสิ้นครับ
 
ป.ล.2 Entry นี้ได้เขียนขึ้นจาก 2 ช่วงเวลา คือ
- หลังงานจบได้ไม่กี่วัน
- หลังงานจบได้ 2 เดือน
ดังนั้น บทความหลังๆอาจเขียนได้ไม่ละเอียด
เนื่องจากเวลาผ่านมานานแล้ว ไม่สามารถจำเหตุการณ์ได้หมด ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงครับ
 

edit @ 29 Apr 2012 19:31:01 by BlacKCaT

IT 3 Kings#9 (ภาค เตรียมงาน)

posted on 19 Feb 2012 20:55 by skblackcat
จบไปแล้วครับ สำหรับงานกีฬาไอที 3 พระจอมครั้งที่ 9
ซึ่งปีนี้ พระจอมเกล้าลาดกระบังของเราเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน
ส่วนตัวผมนั้นรับหน้าที่เป็น รอง Head งานกลางวัน
รับผิดชอบดูแลหน้าที่ในการ จัดและควบคุมตารางเวลา และ กิจกรรมทุกอย่างในงานกลางวัน
 
มองย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้ว . .
ช่วงเวลานั้นผมเป็นเพียงแค่เด็กปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาอยู่คณะ IT ลาดกระบังได้ไม่นาน
และคณะ IT ลาดกระบังของเรา เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน กีฬาไอที 3 พระจอม
ซึ่งในตอนนั้น ผมมองว่า งานที่ได้รับในวันนั้น เป็นงานที่หนักและเหนื่อยมาก
(อ้างอิงจาก Blog : IT 3 Kings)
 
ปีนี้ ผมโตขึ้น IT ลาดกระบังครบรอบที่จะเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง
หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของผมมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น ต้องเสียสละอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น
พวกเราใช้เวลาในการเตรียมการนานหลายเดือน
นานเท่าไหร่จำไม่ได้ . . จำได้แต่เพียงว่า พอรู้สึกตัวอีกที
การประชุมงานกีฬาไอที 3 พระจอม ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว
ทุกวันจันทร์ตอนเย็น เราจะประชุมงานกัน . .
แทบจะทุกเวลาที่เจอไอบาส (Head งานกลางวัน) วงสนทนามันจะกลายเป็นการประชุมทุกที
 
การเตรียมงานที่นานแสนนานของเรา ผ่านไปเรื่อยๆ
เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ถึงขั้นที่ว่า ทุกคนท้อแท้จนไม่อยากจะจัดงานในปีนี้แล้ว . .
แต่ทุกปัญหาก็มีทางออกครับ พวกเราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้
 
การที่งานกีฬาไอที 3 พระจอม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
มันทำให้ผมได้เจอปัญหามากขึ้น เรียนรู้วิธีที่จะแก้ปัญหานั้น
ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เวลาในชีวิตผมลดลง
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้ผมได้สูญเสีย "สิ่งที่สำคัญมาก"
และ สูญเสียอะไรอื่นๆอีกหลายๆอย่างไป
 
วันเวลาผ่านไป งานผ่านไปอย่างราบรื่นบ้าง เจอปัญหาบ้าง
พวกเราช่วยเหลือเกื่อหนุนกันเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าเราจะมีหน้าที่แบ่งกันชัดเจน
แต่เราก็เป็นกรรมกรให้กันและกัน หรือเรียกได้ว่า ทำทุกงานที่ขวางหน้า
โดยไม่สนใจแม้ว่านั่นจะไม่ใช่งานของเราก็ตาม : ))
 
ก่อนถึงวันงาน 1 วัน ในช่วงเวลาหัวค่ำ
พวกเราได้ช่วยกันตั้งคัทเอาท์เวทีกัน แต่มันก็เกิดเหตุกาณ์ไม่คาดฝันขึ้น
นั่นคือ สภาพอากาศที่เหมือนฝนจะตก ลมพัดแรง
และที่สำคัญ พยากรณ์อากาศบอกว่า วันพรุ่งนี้ ฝนจะตกหนักทั้งวัน . .
พวกเราจึงช่วยกันนำคัทเอาท์ไปเก็บ แต่คัทเอาท์ย่อยๆหลายๆชิ้น
ที่ประกอบกันเป็นชิ้นเดียวแล้ว มันใหญ่มาก พวกเราไม่สามารถขนไปได้
น้องๆปี 3 , 2 , 1 และ เชียร์ลีดเดอร์ที่ซ้อมอยู่แถวนั้นจึงมาช่วยกัน
มันเป็นภาพที่ผมประทับใจมาก
 
หลังจากนำคัทเอาท์ไปเก็บ พวกเราได้ไปไหว้พระจอมฯ ที่ลานพระจอมฯกัน
ขอให้งานทุกอย่างในวันพรุ่งนี้ ออกมาอย่างราบรื่น ไม่พบเจอปัญหาและอุปสรรคใดๆ
จากนั้น พวกเราก็ได้กลับไปทำงานที่คณะต่อ บางส่วนทยอยกลับหอไป
ส่วนตัวผมกลับหอในเวลา ตี 4 ครึ่ง เพื่อที่จะพักผ่อนเอาแรงมาจัดงานในวันจริง เวลา 6 โมงเช้า
 
to be continue . .