สวัสดีครับ พี่น้องทุกท่าน
วันพรุ่งนี้ ( 6/12/54 ) ก็จะเป็นวันเปิดเทอม 2/2554 แล้ว
ซึ่งจริงๆมันควรจะเปิดเทอมมาตั้งประมาณเดือนกว่าๆแล้วหละ
แต่เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้มีเวลาปิดเทอมประมาณเดือนครึ่งเลยทีเดียว !!
ปิดเทอมนี้ผมบอกได้เต็มปากเต็มคำครับ ว่าเป็นปิดเทอมที่ผมมีความสุขมาก . .
อาจจะเป็นปิดเทอมที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้
ทำไมน่ะหรอครับ ? เพราะผมรู้สึกว่าได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน ไปกับสิ่งที่อยากทำ
นั่นก็คือการเขียนโปรแกรมนั่นเอง !!
 
Entry นี้จะเป็นการรวบรวมสิ่งที่ผมได้ทำไปในปิดเทอมนี้นะครับ
อาจจะมีหลงๆลืมๆไปบ้าง นึกออกค่อยมาเติมทีหลัง
 
ป.ล. Entry นี้จะมีแต่การโอ้อวดนะครับ 55555+ ใครต่อมหมั่นไส้สูงก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ *0*
 
- อัพเกรด SkypeBot ทำให้มีความสามารถมากขึ้น
- Manga Auto Update : แจ้งเตือน Manga ที่มีการอัพเดทจาก http://www.mangareader.net อัตโนมัติ โดยส่งข้อความไปยัง Skype Chat Room
- Youtube API : ปรับปรุงจากเดิมที่ SkypeBot จะทำการโพสเพียงแค่ Title จาก URL ที่มีคนพิมใน Skype Chat Room เท่านั้น เป็น ใส่รายละเอียดเข้าไปด้วย เช่น เวลา , คนโพส , เรทติ้ง , ฯลฯ
- LiveScore : รายงานผลบอลแบบ Real Time โดยส่งข้อความผ่าน Skype Chat Room ( ใบเหลือง ใบแดง ทำประตู พักครึ่ง หมดเวลา)
- Facebook , CZ Title : จากปกติ SkypeBot จะโพส Title ของ URL ที่มีคนส่งเข้ามาใน Skype Chat Room แต่ Facebook , CZ จะไม่ใช่ Title ที่แท้จริง เนื่องจากต้อง Login ก่อนถึงจะเห็น Title . . ทำให้มันแสดง Title ที่แท้จริงได้
- เขียนโปรแกรมโหลดการ์ตูนจาก Manga Reader ( โหลดเก็บไว้เยอะๆ แล้วมาอ่านทีเดียว จะได้ไม่ต้องรอโหลด)
- ฝึกใช้ Regular Expression จนคล่องในระดับนึง ( มั้ง 5555+ )
- Hack Webboard แห่งนึงได้ ( www.xxxxboard.net )
- เขียนโปรแกรมปั๊ม Like Facebook เกือบเสร็จ เหลืออีกนิดเดียว แต่เลิกทำเพราะว่า Facebook มันฉลาดเกินไป ถึงทำเสร็จก็ไม่เหลือ ID ให้ปั๊มแล้ว T T
- เขียนโปรแกรม Pramool Decaptcha ( ปัจจุบันความแม่นยำแค่ประมาณ 30% กำลังหา Algorithm ที่ใช้ทำ OCR ที่ดีกว่านี้ )
- เขียน Plugin แก้ Antibot Ragnarok ของ Server นึงได้สำเร็จ แต่ไม่ได้ใช้ ( มีคนมาโพสขอในเว็ปบอร์ดด้วย แต่ไม่ให้หรอก งก 555+ )
- เขียนโปรแกรมวิจัย Keyword เพื่อนำไปทำ SEO ( กำลังพัฒนาอยู่ )
- รับงานเขียน Android จากบริษัทแห่งนึง $_$
- เขียนโปรแกรม Tweet ผ่าน Python
 
เท่าที่นึกออกก็มีเท่านี้ครับ รู้สึกเป็นการใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่ามากกว่าตอนเปิดเทอมซะอีก ( ฮาาาา )
( บทความนี้เขียนเมื่อหลายเดือนที่แล้ว แต่เพิ่งจะเอามา Publish เนื้อหาอาจจะย้อนหลังไปบ้างนะครับ)
 
คำเตือน : บทความนี้ค่อนข้าง Hardcore กรุณาอย่าต่อยคนเขียน T T
 
สวัสดีครับ . . หลังจากที่ไม่ได้เขียน Blog มาซะนาน
ช่วงนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอมของเหล่านักเรียน นักศึกษา รวมถึงตัวผมด้วย
ปิดเทอมนี้เพื่อนๆผมหลายคนได้แยกย้ายกันออกไปฝึกงาน
แต่ผมน่ะ ไม่ได้ฝึกงานกับเค้าหรอก ทำไมน่ะหรอ . . เพราะปีที่แล้วฝึกไปแล้วไง ปีนี้เลยไม่อยากฝึก !!
จริงๆแล้วมันคือข้ออ้างที่ทำให้ดูสวยหรูครับ ฮ่าๆ เหตุผลจริงๆคือ ไม่มีใครเค้าเอา (ไม่ได้ส่ง Resume - -")
นั่นก็เป็นเหตุทำให้ผมได้ใช้เวลาว่างๆในช่วงปิดเทอม ลองทำอะไรหลายๆอย่าง จนมันโคตรจะไม่ว่าง
รวมถึงการที่ได้ใช้เวลานั่งคิดอะไรหลายๆอย่าง จนทำให้เกิด Idea สำหรับ Entry นี้ขึ้นมาครับ
 
สำหรับ Entry นี้จะค่อนข้างมีสาระในเชิงวิชาการหน่อยนะครับ
อ้อ . . ลืมบอกไปครับ ว่าผมเรียนอยู่คณะ IT วันๆก็จะเจอแต่การเขียนโปรแกรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วันนี้ผมจะนำเสนอเทคนิคการเขียนโปรแกรมในแบบฉบับของผมครับ
 
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆท่านเคยสงสัยมั้ยครับ ว่าทำไมคนที่เขียนโปรแกรมเก่ง มันก็เก่งชิบหายเลย
หรืออาจจะไม่ถึงขั้นเก่ง แต่ก็สามารถเขียนโปรแกรมแก้ไขปัญหาแบบ Basic ได้เกือบทุกรูปแบบ
คนไหนที่เขียนโปรแกรมไม่ได้ พยายามเขียนเท่าไหร่ เขียนเป็นวัน มันก็ยังเขียนไม่ได้อยู่อย่างนั้น
ผมได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งของปิดเทอม นั่งวิเคราะห์ครับ ว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร ?
 
จากประสบการณ์การเขียนโปรแกรมของผม ตั้งแต่ ม.4 โง่ๆ กากๆ จนเริ่มเขียนเป็น
จนถึงทุกวันนี้ ที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ให้คนอื่นอยู่หลายครั้ง
มันทำให้ได้ข้อสรุปดังนี้ครับ
 
1. เข้าใจการทำงานของ Syntax ที่ใช้ . . อย่างละเอียด !!
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ใครหลายๆคนมองข้ามครับ
เมื่อคุณไม่เข้าในการทำงานของ Syntax แต่คุณอยากจะเขียนโปรแกรมได้ อยากจะเก่ง . . ตลกมั้ยครับ ?
" . . เหมือนคุณอยากยิงปืนให้โดนหัวผู้ร้าย แต่คุณยังไม่รู้วิธีใส่กระสุนปืน . . "
บางคน ยังไม่รู้ว่า คำสั่ง "for" ทำงานยังไง . . ใส่ไปเพียงแค่คิดว่า "for คือ loop โปรแกรมนี้ต้องมี loop"
สุดท้ายก็ได้แต่พยายามใส่ค่าไปมั่วๆ เปลี่ยนตัวเลขมั่ง เปลี่ยนเครื่องหมายดูมั่ง เปลี่ยนตัวแปรดูมั่ง
รอเวลาที่มันจะ "ฟลุ๊ค" ถูกขึ้นมา แล้วก็หลอกตัวเองว่า "ฉันเขียนได้แล้ว" . . น่าขำมั้ยครับ
หรือถ้ามั่วไม่ถูกซักที ก็เอา code ไปถามคนที่เก่งกว่าว่า ทำไมมันถึงรันไม่ได้ ทำไมมันถึงผิด . .
" . . เหมือนคุณถามว่า ทำไมผู้ร้ายไม่ตาย . . ทั้งๆที่คุณใส่กระสุนปืนกลับด้าน . . "
ยอมเสียเวลาทำความเข้าใจ Syntax อย่างละเอียดซักนิด (ทำความเข้าใจในที่นี้หมายถึง
ลองฝึกใช้จนแน่ใจแล้วว่าเข้าใจจริงๆ) แล้วคุณจะเขียนโปรแกรมได้ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ
 
2. Code ที่เขียนเอง . . ถ้าตัวเองไม่เข้าใจ . . แล้วจะหวังให้ใครมาเข้าใจ . . !!
หลายครั้งครับ ที่ผมเจอคนที่เขียนโปรแกรม โดยไม่เข้าใจความหมายของแต่ละบรรทัด ว่าเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร
ผมอยากจะบอกว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆครับ สำหรับการทำความเข้าใจ Code ของตัวเอง
คุณอยากทำอาหารให้อร่อย แต่ไม่รู้ว่าใส่น้ำปลาไปเพื่ออะไร ใส่น้ำตาลไปเพื่ออะไร
ก็คงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่มันจะ "ฟลุ๊ค" อร่อยขึ้นมาแหละครับ
ทุกบรรทัดที่ใส่ลงไปมันมีความหมาย ไม่ใช่ว่าใส่มั่วๆ เดาๆ แล้วมันจะผ่าน
การเขียนโปรแกรม ทุกอย่างมีเหตุมีผล มีหลักการ มีกฏตายตัวชัดเจน ใส่ไปมั่วๆมันไม่ผ่านหรอกครับ
จะต้องคิดอย่างมีหลักการ ว่าจะใส่ code อะไรลงไป ใส่บรรทัดไหนก่อน ใส่บรรทัดไหนทีหลัง
ขอเน้นอีกครั้งครับว่า "ต้องเข้าใจว่าแต่ละคำสั่งที่ใส่เข้าไป เราใส่ไปเพื่ออะไร ไม่ใส่ได้มั้ย ?"
 
เมื่อคุณสามารถผ่านข้อ 1 และ ข้อ 2 มาได้แล้ว แสดงว่าคุณเริ่มที่จะเขียนโปรแกรม "เป็น" ขึ้นมาบ้างแล้ว
ถ้าหากผมมีเวลา จะเขียนเทคนิคการเขียนโปรแกรมให้ "เก่ง" ในแบบฉบับของผมนะครับ
 
ป.ล. ถ้าบทความนี้ Hardcore เกินไป ขออภัยครับ
ป.ล.2 บทความนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆครับ ใครมีความเห็นขัดแย้งกรุณาชี้แนะ

edit @ 20 Jul 2011 00:31:45 by BlacKCaT

ช่วงสงกรานต์นี้ได้มีโอกาสไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารที่ปราจีนบุรี

ร้านอาหารร้านนี้ก็คือร้าน "ริมบ้านชานเมือง" ร้านของบ้านไอเดียวนี่เอง

เริ่มออกเดินทางวันอาทิตย์ที่ 11 วางแผนไว้ว่าจะนั่งรถไฟรอบ 7 โมงเช้า คนจะได้ไม่เยอะ

ที่ไหนได้ คนแม่งแน่นขบวนจนออกมายืนตรงบันได T T

สรุปคือต้องไปขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์

ไปถึงก็ขนของเข้าบ้านเดียว แล้วก็ไปที่ร้าน เรียนรู้งานเด็กเสิร์ฟ

ช่วงตอนกลางวันจะไม่ค่อยมีคน อย่างมากก็มาพร้อมกัน 2-3 โต๊ะ

แต่ช่วง 1 ทุ่ม - 3 ทุ่มนี่คนจะแห่กันมาเหมือนร้านอาหารทุกร้านในปราจีนปิดหมดแล้ว

คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

งานที่ทำหลักๆก็มี เอาจาน ช้อน ส้อม ถ้วย ไปเสิร์ฟให้แขกที่มาใหม่

เอาน้ำรับรองของร้านไปเสิร์ฟ (ช่วงนี้เป็นน้ำใบเตย อร่อยมากกก)

แล้วก็คอยเติมน้ำให้แขก คอยเก็บจาน เช็ดโต๊ะ ล้างแก้ว

 

ทำงานไปทั้งหมด 4 วัน (11 - 14)

ได้ข้อคิดมาหลายอย่างเหมือนกัน

1. ไม่มีใครอยากบริการช้าหรอกครับ คุณรีบ เราก็รีบเหมือนกัน แต่ครัวมีอยู่ครัวเดียว เครื่องคอมก็มีอยู่เครื่องเดียว ต้องทำหลายๆงานพร้อมกัน เราพยายามทำเต็มที่แล้ว อย่าโกรธเคืองกันเลย ถ้าอาหารได้ช้าก็ตามได้ แต่กรุณาอย่าใช้อารมณ์ ถ้าเราบริการถูกใจท่าน ก็กรุณาให้ tip เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป และถ้าถูกใจการบริการของคนไหนเป็นพิเศษก็กรุณาให้ tip มือ (tip ที่ใส่ถาด จะแบ่งทุกคนในร้าน แต่ tip ที่ใส่มือ จะเข้ากระเป๋าคนที่ได้รับ)

2. ของเหลือของท่าน คือ ปากท้องของพวกผม จริงๆนะ 5555+ อย่างเวลาลูกค้าเหลือโค้กไว้ครึ่งขวด เราก็จะเอามาวางเก็บไว้ ว่างเมื่อไหร่ก็โซ้ยแหลก บางทีอาหารเหลือบนโต๊ะ พวกเราอยากกินแทบตาย ไม่ได้กิน แต่คุณๆท่านๆเล่นทานเหลือทีครึ่งจาน พวกเราก็เสียดายแทนนะครับนั่น

3.  กรุณาอย่าทำให้โต๊ะเป็นกระดาษวาดเขียน ที่ท่านพยายามละเลงเศษขยะ ทิชชู่ น้ำสารพัด เพราะจะเพิ่มความยุ่งยากในการเก็บโต๊ะ 50%

4. ถ้าจะกวนตีนก็กวนตีนให้มีขอบเขต เราก็คนเหมือนกัน ความอดทนมีจำกัด บางคนนี่แม่งเล่นกวนตีนซะจริงจัง จนเราไม่รู้ว่าคุณเล่นหรือจริง

5. ถ้าเป็นไปได้อย่าขอย้ายโต๊ะเลยครับ มันยากในการจำเบอร์โต๊ะนะครับ T T

6. ถ้าจะเรียกให้ใช้ทำอะไร กรุณาอย่าใช้การแสดงออกทางการกระทำอย่างเดียว กรุณาส่งเสียงด้วย เพราะบางทีพนักงานจะตอบสนองต่อเสียงมากกว่าการดีดนิ้ว

7. กรุณาอย่ามองพวกเราด้วยสายตาเหยียดหยาม พวกเราบางคนการศึกษาสูงกว่าท่านอีกนะครับ งานบริการก็เป็นงานที่สุจริต ไม่ได้ไปขอใครเค้ากิน . . สัด !!

 

นึกออกแค่นี้แหละ ถ้านึกอะไรเพิ่มได้จะมาอัพเดทครับ ฮ่าๆ

มึง . . อย่ามาเหวง !!

posted on 06 Apr 2010 11:44 by skblackcat

ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังฮิตประโยคนี้กันมาก

ใครพูดอะไรหน่อย ก็บอกว่า "มึงอย่ามาเหวง" . . "มึงมันโคตรเหวงเลยหวะ"

แรกๆก็ฮาดี นานๆเข้าก็เริ่มรำคาญ . . ทำให้ จขบ เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เวลาได้ยินประโยคนี้เนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"คนพูดมันเหวง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"คนฟังแม่งโง่"

 

 

 

 

 

 

จากคนเสื้อดำ

 

ขอสนับสนุนให้คนไทยรักกันครับ ^^

edit @ 6 Apr 2010 11:51:41 by BlacKCaT

ได้งานแล้วคร้าบบบบบ !!

posted on 02 Apr 2010 04:15 by skblackcat  in Lifestyle

วันนี้ได้ไปสัมภาษณ์งานที่โรงพยาบาลศิริราชมาครับ

งานที่จะทำก็น่าจะเป็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบ + เขียนโปรแกรมให้กับหน่วยโรคไตของศิริราช

ไปกัน 3 คนคือ เรา เอิร์ธ นิว นัดกันว่าจะนั่งรถไฟออกจากลาดกระบังรอบ 6 โมงครึ่ง

เราก็ตื่นตั้งแต่ 5.20 น. อาบน้ำแต่งตัว ไปถึงสถานีรถไฟประมาณ 6.20 น. แล้วก็โทรหาเอิร์ธ

 

เรา : มึงอยู่ไหนวะ

เอิร์ธ : กูยังอยุ่บ้านอยู่เลย

เรา : รีบออกมานะ ไม่ถึง 10 นาทีรถไฟจะมาแล้ว

เอิร์ธ : เออๆ

 

นั่งไปซักพัก ยังไม่ถึง 10 นาทีจริงๆ คนที่นั่งอยู่เริ่มลุกขึ้นไปยืนเตรียมขึ้นรถไฟ

คิดในใจ -> "ชิบหายแล้ว !!"

โทรหาเอิร์ธอีกรอบ

 

เรา : มึงอยู่ไหนแล้ววะ

เอิร์ธ : อยู่ตรงลานพระจอม

เรา : แสรดดดด ตกรถไฟ

เอิร์ธ : แล้วจะไปยังไงวะ

เรา : มึงรออยู่รถตู้ละกัน เดี๋ยวกูเดินไป

 

แสรดดดด ตื่นก็เช้า เสือกตกรถไฟอีก ไม่ใช่ความผิดกูเล้ยยย - -"

แล้วก็นั่งรถตู้กันไปลงที่อนุสาวรีย์

พอไปถึงอนุสาวรีย์ก็เดินไปถามตรงป้ายรถเมล์ว่าจะไปศิริราชต้องนั่งรถสายอะไรไป

เค้าก็บอกมาหลายสายเหมือนกัน แต่มันค่อนข้างอ้อม เค้าแนะนำว่าให้ขึ้นรถแล้วไปต่อเรือ จะเร็วกว่า

เรากับนิวก็ตกลง จะนั่งรถไปต่อเรือ

พอเดินไป เอิร์ธมันก็ชี้รายทางเลย

"เห้ย รถคันนี้ผ่านเซ็นปิ่นนะ ไปลงแล้วต่อรถไปศิริราชก็ได้"

"คันนี้ก็ไปเซ็นปิ่นได้นะ"

"ไปคนนี้ดีกว่าๆ ไปลงเซ็นปิ่นแล้วต่อรถเอา"

สรุปคือ ไอเอิร์ธมันกลัวเรือ ไม่อยากนั่งเรือ 5555555555+

ไม่บอกตั้งแต่แรกวะแสรด

ก็เลยต้องนั่งรถเมล์ไปลงเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รถติดมากกกกกกก !!

พอไปถึงเซ็นปิ่นก็หารถต่อไปศิริราชอีก ขอบอกว่ารถมันอ้อมได้ใจมาก

วนนู่นวนนี่กลับมาทางเดิม กว่าจะถึงก็ประมาณ 8 โมง 20 (สัมภาษณ์ 9 โมง)

ตอนแรกวางแผนว่าจะกินข้าวเช้าที่ศิริราช แต่ก็ไม่ได้กิน กลัวไปสัมภาษณ์ไม่ทัน

ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว แต่ก็รู้สึกว่าอากาศตอนเช้าๆนี่มันอากาศดีจัง ไม่ได้เจออากาศแบบนี้มานานมากแล้วนะ

เข้าไปศิริราชก็ไปที่ตึกผะอบชั้น 4 เหมือนเค้าจะรู้อยู่แล้วว่าเราจะมาสัมภาษณ์กัน

เค้าเลยต้อนรับ (อย่างดี) มีน้ำให้กิน มีซาลาเปาให้กิน

เราก็ไม่รู้หรอกนะว่ากรรมการที่สัมภาษณ์คือคนไหน ก็สวัสดีไปทั่วเลย

ระหว่างนั่งรอก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงเดินเข้าห้องมานั่งเหมือนกัน . . "น่ารักหวะ !!" (คิดในใจ)

ซักพักพี่เค้าก็พูดว่า "อ้าววว !! . . คงไม่ได้มางานเดียวกันหรอกมั้ง" แล้วก็ถามพวกเราว่ามาทำไมกัน

เราก็บอกไปว่ามาสัมภาษณ์ พี่เค้าก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ต่างคนต่างนั่ง

ประมาณ 9.20 น. กรรมการสัมภาษณ์ก็เข้ามา (สัมภาษณ์รวม)

เค้าก็ชี้ไปที่พี่ผู้หญิง กับ ชี้มาที่พวกเรา แล้วถามว่า "นี่รู้จักกันรึยัง เรียนที่เดียวกันใช่มั้ย"

ถามไปถามมา อ่าววว . . พี่รุ่น 4 ไอทีลาดกระบังนี่หว่า ทำไมเหมือนไม่เคยเห็นหน้าเลยวะเนี่ย

รู้สึกว่าเค้าจะมาสัมภาษณ์เพื่อทำงาน Full Time แต่พวกเราทำ Part Time

ตอนสัมภาษณ์เค้าก็ถามพวกข้อสอบที่ส่งไปตอนแรก ถามประวัติ ถามว่ามีเวลามั้ย

แล้วก็คุยข้อตกลงกันว่าต้อง เกรดห้ามตก แล้วก็มีช่วงประเมิณงาน 2 เดือน

ถ้าทำดีก็ได้ทำต่อ และอาจจะได้เงินเพิ่ม (ปกติได้วันละ 500 * 20 วัน = เดือนละ 10,000 บาท / คน)

สรุปก็คือได้งานเรียบร้อย เริ่มงานวันพุธนี้

พอออกไปก็ไปหาข้าวกินกัน นั่งเรือข้ามไปท่าพระจันทร์ แล้วก็กินข้าวตรงร้านหน้าธรรมศาสตร์

หลังจากนั้นก็จะเดินไปขึ้นรถที่สนามหลวงเพื่อที่จะไปแพลตตินั่ม (ไปซื้อเสื้อเชิร์ตใส่ทำงาน)

ระหว่างทางเดินไปก็มีฝรั่งคนนึงมาถามทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

เราก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก ถามจากนิวเอา เอิร์ธมันก็ชี้ๆ ทางเดียวกันไปด้วยกัน

ระหว่างทางนิวมันก็คุยๆกับเค้า ได้ความว่าเค้าเป็นคนเกาหลีใต้

พอรู้ปุ๊บเราก็พูดภาษาเกาหลีกับเค้า "แดจังกึม !!" (พูดเป็นอยู่คำเดียว - -")

เค้าก็ทำหน้างงๆเหมือนไม่รู้จัก ไอนิวก็อธิบายไปว่าเป็นซีรีย์เกาหลี

เค้าก็ อ๋อออออ แล้วก็บอกว่า "แดชังงึม" (ที่กุอ่านแดจังกึมมาตลอดนี่คือกุอ่านผิดใช่มั้ยเนี่ย - -")

พอไปถึงก็ส่งเค้าเรียบร้อย เราก็หารถเมล์ไปแพลตตินั่มต่อ เอิร์ธมันก็พาไป

เดินไปราชดำเนิน เจอเสื้อแดงชุมนุม มันก็บอกงั้นเดี๋ยวไปขึ้นที่เสาชิงช้า

เรากับนิวก็เดินไป ไม่รู้ทางหรอกนะ รู้แต่เดินนานมากๆ ผ่านหลังกระทรวง

ไปจนเกือบถึงบ้านหม้อ (ไกลสาดดด เหนื่อยชิบ) ก็เจออู่รถเมล์ แล้วก็นั่งรอ

เอิร์ธก็แยกตัวไปเพราะจะกลับลาดกระบังก่อน

พอรถมาเราก็ขึ้นรถไป แม่งโคตรร้อนเลย รถก็ติด

ที่สำคัญคือ . . รถคันนี้แม่งวิ่งผ่านสนามหลวง

คิดในใจว่ากุจะเดินมาทำไมวะ ทำไมกุไม่รอขึ้นที่สนามหลวงวะ

ซักพัก . . รถแม่งวิ่งผ่านหลังกระทรวง . . ทำไมกุถึงต้องเดินผ่านหลังกระทรวงไปวะ ไม่รอขึ้นที่นี่วะ T T

รถคันนี้ไปถึงแค่สยามอีก จะเดินไปแพลตตินั่มตอนนี้ก็ไม่ไหว (ร้อน + เหนื่อย มากกก)

เลยตัดสินใจ ลงที่สยามแล้วต่อ taxi กันไปที่แพลตตินั่ม

ไปถึงก็เดินหาเสื้อที่ชั้น 3 ก่อนเลย แต่ก็ไม่มีไซส์ที่เราใส่ได้เลยซักร้าน

เลยขึ้นไปหาที่ชั้น 4 ต่อ ก็ไม่มีอีก รู้สึกเวียนหัว จะเป็นลม (เดินมาก + เจอแดดตอนแรก)

เลยไปนั่งหาไรกินที่ fast food กินเสร็จก็ไปต่อที่ชั้นใต้ดิน กลับมาชั้น 2 สรุปแม่งไม่มีซักร้าน - -"

มีคนขายร้านนึงเค้าบอกให้ไปดูที่ห้างประตูน้ำ เราก็เดินไป

ถึงตรงนี้นี่คือ เดินแทบจะไม่ไหวแล้วอะ เท้าพอง เหนื่อย ปวดขา ปวดตีน

เราก็เดินไปต่อ ออกนอกห้าง อากาศก็ร้อน ไกลก็ไกล ระหว่างทางเจอห้างกรุงทองอะไรซักอย่าง เลยเดินเข้าไปดู

มีแต่เสื้อผ้าผู้หญิง ให้ตายสิ !! ไม่น่าเดินเข้ามาเลย เหนื่อยจริงๆ

เราก็เลยพยายามลากตัวเองไปที่ประตูน้ำ พอไปถึง สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ "ห้างเค้าจะเจ๊งแล้วหรอวะ ?"

คือแบบ ห้างเก่าๆ ไม่ค่อยมีร้านเปิด บันไดเลื่อนกับลิฟท์ก็เก่าๆ

สุดท้ายก็เจอร้านนึงอยู่ที่ชั้น 1 มีไซส์ ใส่ได้ เลยซื้อมา 5 ตัว ตัวละ 230 บาท = 1150 บาท

พร้อมกับได้นาฬิกามา 3 เรือน เรือนละ 70 บาท (เดินผ่านแล้วมันถูกดี + ไปทำงานคงต้องใส่นาฬิกา)

แล้วก็เดินกลับไปที่แพลตตินั่ม เพราะนิวจะกลับไปซื้อเสื้อเชิร์ต ได้มา 5 ตัว ตัวละ 200 บาท

ร้อนก็ร้อน ไกลก็ไกล แต่สุดท้ายก็ได้ของจนครบ รวมเวลาเดินคือ

เดินตั้งแต่ 10 โมง ถึง 2 โมงครึ่ง = 4 ชั่วโมงครึ่ง + แดดร้อนๆที่สนามหลวง + เดินไปกลับประตูน้ำ

ขอบอกว่าเหนื่อยมาก !! . . ถ้านั่งรถไปลงอนุสาวรีย์แล้วขึ้นรถตู้คงไม่ไหวแน่

เลยนั่งแท็กซี่กลับลาดกระบังแม่งเลย พอขึ้นรถปุ๊บ กางเกงเป้าขาดอีก T T

ระหว่างทางก็หลับตลอด ถึงหอประมาณ 4 โมงเย็น

กลับมาก็หลับอีก ตื่นเที่ยงคืน

ช่างเป็นวันที่ทรมานขาดใจจริงๆ T T