สำหรับคนที่เริ่มเขียนโปรแกรมใหม่ๆ คงจะมีปัญหาเหมือนๆกันว่า

โจทย์ข้อนี้จะเขียนยังไงดี มันมืด 8 ด้านไปหมด คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

แต่มันตรงกันข้ามกับบางคนที่เขียนโปรแกรมมานานแล้ว ที่พอเห็นโจทย์ปุ๊บ

algorithm ต่างๆก็ไหลเข้ามาเองโดยแทบจะไม่ต้องหยุดคิด

ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น ? ทั้งๆทีคน 2 ประเภทนี้ก็ไม่ได้ฉลาดหรือเก่งไปกว่ากันเลย

จากข้อสังเกตของผมเอง มันอาจจะเป็นเพราะว่า ไอคนที่เห็นโจทย์ปุ๊บ คิดออกทันทีน่ะ

เขาผ่านอารมณ์ "คืนหนึ่ง" ของการเขียนโปรแกรมมาแล้ว

 

แล้วอะไรมันคือไอ้เจ้าอารมณ์คืนหนึ่งหละ ?

อารมณ์คืนหนึ่งนี้ ก็ตามชื่อแหละครับ คืนหนึ่ง ที่คุณกำลังนั่งเขียนโปรแกรม

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก คิดจนหัวจะระเบิด . . แต่สุดท้าย คุณก็ทำโจทย์นั้นได้สำเร็จ ด้วยตัวเอง

ย้ำนะครับ ว่า ด้วยตัวเอง ไม่ได้ไปดู code หรือ algorithm ของใครเค้ามา

ไม่ว่าจะใช้เวลานานกี่นาที กี่ชั่วโมง หรือ กี่วันก็ตาม และถึงแม้ว่ามันจะเป็นโจทย์ง่ายแสนง่าย

แต่เชื่อเถอะครับ หลังจากที่คุณผ่านอารมณ์คืนหนึ่งนี้มาแล้ว คุณจะสามารถเขียนโปรแกรมได้ดีขึ้น

อย่างน้อยๆ ถ้าเจอโจทย์แนวเดียวกันนี้ คุณก็สามารถแก้โจทย์ได้เร็วขึ้น เพราะคุณเคยผ่านมันมาแล้ว

คุณเคย ฝึกคิด และ แก้ปัญหาได้ด้วยตัวของคุณเองมาแล้ว

 

โดยส่วนตัวผมคิดว่า คนที่เขียนโปรแกรมเก่ง ไม่ใช่เพราะเขาอัจฉริยะ ถึงจะมีส่วน แต่ก็เป็นส่วนน้อย

แต่ผมคิดว่า คนที่เขียนโปรแกรมเก่ง เกิดจากการที่เค้าผ่านอารมณ์ "คืนหนึ่ง" มามากมาย นับครั้งไม่ถ้วน

ซึ่งมันแตกต่างจากคนที่ พอเขียนไม่ได้นิดหน่อยก็เลิกทำ หรือไปดูเฉลย มันจึงไม่แปลกเลย

ที่คนเหล่านี้จะเขียนโปรแกรมไม่ได้เก่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย . . เพราะเค้าไม่ได้ฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

 

ที่มาเขียน Blog นี้ก็เพราะว่าเพิ่งผ่านอารมณ์คืนหนึ่งมาสดๆร้อนๆ

code เกินมา 2 ตัวอักษร แต่นั่ง debug อยู่ 2 วัน T^T

แต่สุดท้ายก็ทำเสร็จ ฮ่าๆๆ

 

สำหรับคนที่กำลังเจอกับอารมณ์ "คืนหนึ่ง" ของการเขียนโปรแกรมอยู่

ก็ขอให้พยายามผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวของคุณเองนะครับ ^^

หลังจากที่ไม่ได้อัพ Blog มานาน เพราะช่วงที่ผ่านมากิจกรรมเยอะเหลือเกิน

เมื่อวาน (วันอาทิตย์ที่ 6 กันยา 52) ก็เพิ่งจะจัดงาน ITSportday จบ ด้วยความเหนื่อยมากๆๆๆๆ

แล้ววันถัดมา (วันจันทร์ที่ 7 กันยา 52) ก็มีงาน สมานมิตร ที่โรงเรียนเก่า

สมานมิตรเป็นงานที่ศิษย์เก่าอย่างพวกผมจะได้กลับไปเยี่ยมน้อง กลับไปไหว้อาจารย์ที่โรงเรียน

ส่วนน้องๆก็จัดห้อง มีอาหารต้อนรับศิษย์เก่า มีของที่ระลึกขายเยอะแยะมากมาย

มีงานแสดง คอนเสิร์ตต่างๆ และที่สำคัญ เราจะได้กลับไปเจอเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอมาแสนนาน

ซึ่งงานนี้จะจัดทุกๆวันจันทร์แรกของเดือนกันยายน

แต่เมื่อวานเลิกดึกมากกกกก กลับถึงหอประมาณตี 2 และด้วยความที่หออยู่ไกลจากโรงเรียนเหลือเกิน

จึงทำให้โดดเรียนไปโรงเรียนไม่ไหว เลยต้องไปเรียนวิชา Business ตอนบ่าย

เรียน Business ก็ step เดิม โดด 2 ชั่วโมงครึ่ง เข้าไปนั่งครึ่งชั่วโมงสุดท้ายเพื่อไปเช็คชื่อ

พอท้ายคาบ อาจารย์บอกว่าให้นักศึกษาไปเช็คดูว่าใครขาดเรียนไปกี่ครั้งแล้ว

คือถ้าขาดเกิน 3 ครั้งจะหมดสิทธิ์สอบ หรือที่เราเรียกกันว่า ติด Fa

พอไปเช็คปุ๊บ ปรากฏว่าขาดครบ 3 ครั้งไปตั้งนานแล้ว - -"

ถ้าเมื่อวานไม่กลับดึก ถ้าวันนี้ตื่นไปโรงเรียนไหว ถ้าวันนี้ไม่ได้เข้าเรียน เราก็คงจะได้ไปเตะบอล FA Cup ซะแล้ว T^T

 

ขอขอบคุณ ITSportday ที่ทำให้เราเหนื่อยจนไม่ได้กลับไปโรงเรียน -*-

Note - Data Structure

posted on 21 Aug 2009 14:31 by skblackcat

Midterm 35

Final 35

Assignment 30

   - Quiz 10

   - Lab 5

   - Program 10 ( 15 )

   - Present 5

 

Program

  - 8-Puzzle

  - 8-Queen

  - Mouse Maze

  - Water Jug

  - Map

มีหลายครั้งที่ผมเคยคิดว่า สิ่งที่ผมกำลังทำ หรือ กำลังคิดจะทำอยู่นี้

มันใหญ่เกินตัวรึเปล่า ?

เคยเป็นกันมั้ย บางครั้งที่ไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก

ไม่จำเป็นที่จะต้องเหนื่อยเกินความจำเป็น

แต่เราก็เลือกที่จะทำอะไรยากๆ เหนื่อยๆ

ไม่ว่าจะด้วยความท้าทาย หรือ อยากพัฒนาตัวเอง หรือ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

มีหลายครั้งที่รู้สึกท้อแท้ อยากจะกลับไปทำอะไรง่ายๆเหมือนที่คนทั่วๆไปเค้าทำกัน

แต่ก็มีความคิดโผล่ขึ้นมาอยู่ในหัวเสมอว่า

ถ้าเรามัวแต่ทำอะไรง่ายๆ หยุดอยู่กับที่ เราก็ไม่พัฒนาซักที

มันก็เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวยิ่งๆขึ้นไป

ถ้าเราไม่ฝืนทำเกิดขีดจำกัดของตัวเอง เราก็ไม่มีวันพัฒนาซักที

อยากเก่งต้องอดทน

 

ช่วงนี้ก็มีงานโคตรเยอะอ่า

ITCamp

ITDays

ITSportday

ไหนจะเรื่องเรียนอีก..แต่ก็นะ

อยู่ก็ตั้งมหาลัยแล้ว ไม่ทำกิจกรรมตอนนี้ จะไปทำตอนไหน

เกรดจะทำให้เราได้งาน แต่กิจกรรมจะทำให้เราทำงานเป็น

ฝึกทำงานไว้ตั้งแต่ตอนนี้ รีบผิดพลาดซะให้พอ และรีบแก้ไข

ก่อนที่จะไปสู่โลกภายนอก

บอกตรงๆว่าเหนื่อย . . เหนื่อยมากกกกกกกกกก

แต่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันคุ้มค่า

ยอมเลือกที่จะเหนื่อยในวันนี้ แล้วสบายในวันหน้า

ดีกว่า สบายวันนี้แล้วเหนื่อยในวันหน้าแบบเลือกไม่ได้

 

" กิจกรรมสร้างคน คนสร้างกิจกรรม "

edit @ 14 Aug 2009 22:07:17 by BlacKCaT

ก่อนวันสอบ Java (Object-Oriented-Programming) 1 วัน

เพชร : ไอเต้ พรุ่งนี้สอบเช้าหรือบ่ายวะ

เต้ : สอบบ่ายๆ แน่นอน

-------------------------------------------------------

23.50น.

เต้ : เบื่อหวะ ดูการ์ตูนดีกว่าาาา พรุ่งนี้สอบตั้งบ่าย ไว้ตอนเช้าค่อยนั่งทำโจทย์ ~~

 

00.05น.

ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

น้องนา : พี่เต้ๆ มาเอาช็อคโกแลต

เต้ : หูยดึกแล้ว ไว้ก่อนๆ พรุ่งนี้มีสอบ ไปแล้วเดี๋ยวไม่ได้กลับหอ

น้องนา : งั้นพรุ่งนี้อยู่คณะถึงกี่โมงอะ

เต้ : ก็สอบบ่ายอะ สอบเสร็จ 4 โมงครึ่ง คงกลับเลยมั้ง

 

เวลาผ่านไป . . .

.

.

.

ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

 

เอิร์ธ : เฮ้ยเต้ พรุ่งนี้สอบเช้าหรือบ่ายวะ

เต้ : บ่ายดิวะ

เอิร์ธ : จริงดิ ใช่หรอ

เอิร์ธ : มั่วแล่วๆ

เอิร์ธ : สอบเช้าเฟ่ย

เต้ : (- - ")

เต้ : #@$@!#@!#$@#$@#%@#%

เต้ : เวรแล้ววววววววววว ยังไม่ได้อ่านเลยแสดดดดดดด

 

ขอขอบคุณน้องนาที่ไปถามพี่เอิร์ธว่าสอบเช้าหรือบ่าย

ทำให้ไอเอิร์ธมาบอกกุว่าสอบเช้า ไม่งั้นกุคงได้เรียนคณะนี้ 5 ปีแน่ๆ T^T

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

1. เช็คเวลาสอบให้ดีๆ

2. จะสอบเช้าหรือบ่ายก็อ่านหนังสือมันวันก่อนสอบน่ะแหละ อย่าไปอ่านวันสอบ

3. อย่าลืมเล่น msn ในวันก่อนสอบ